Cable Design

สายไฟเป็นต้นทุนที่ดูเล็กแต่กำหนดทั้งการสูญเสียพลังงานตลอดอายุโครงการและความเสี่ยงด้านอัคคีภัย การเลือกขนาดต้องผ่านทั้งการตรวจพิกัดกระแสและการตรวจแรงดันตก

ลำดับการตรวจที่ถูกต้อง
  1. ตรวจพิกัดกระแสของสายหลังปรับลดตามอุณหภูมิ วิธีติดตั้ง และการจัดกลุ่มสาย
  2. ตรวจแรงดันตกเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนด
  3. ตรวจความสามารถทนกระแสลัดวงจรและการประสานกับอุปกรณ์ป้องกัน

การตรวจเฉพาะแรงดันตกอย่างเดียวไม่เพียงพอ และการตรวจเฉพาะพิกัดกระแสอย่างเดียวก็ไม่เพียงพอเช่นกัน

สายฝั่ง DC

สายฝั่ง AC

เครื่องมือคำนวณแรงดันตก

สรุปเชิงวิศวกรรม

ข้อมูลเข้า (Inputs)
  • กระแสใช้งานของแต่ละวงจร
  • ระยะทางเดินสายจริงรวมระยะขึ้นลง
  • วิธีติดตั้งและอุณหภูมิแวดล้อม
  • จำนวนวงจรที่เดินร่วมกัน
  • เกณฑ์แรงดันตกที่ยอมรับตามนโยบายและมาตรฐานที่บังคับใช้
ผลลัพธ์ (Outputs)
  • ขนาดหน้าตัดของสายแต่ละวงจร
  • ค่าแรงดันตกที่คำนวณได้
  • กำลังสูญเสียในสายต่อปี
  • ข้อกำหนดการรองรับและป้องกันสายทางกล
ตรรกะและสูตรที่ใช้

แรงดันตกกระแสตรงและกระแสสลับหนึ่งเฟส = 2 × ความต้านทานจำเพาะ × ระยะทาง × กระแส ÷ หน้าตัด
แรงดันตกกระแสสลับสามเฟส = √3 × ความต้านทานจำเพาะ × ระยะทาง × กระแส ÷ หน้าตัด
ความต้านทานจำเพาะต้องปรับตามอุณหภูมิตัวนำขณะใช้งาน ไม่ใช่ค่าที่ 20 องศาเซลเซียส

สมมติฐานที่ต้องระบุเสมอ

เกณฑ์ ผ่าน / เตือน / ไม่ผ่าน

สถานะเงื่อนไข
ผ่านผ่านทั้งพิกัดกระแสหลังปรับลด แรงดันตก และการประสานกับอุปกรณ์ป้องกัน
เตือนแรงดันตกใกล้เกณฑ์ หรือมีการเดินสายรวมกลุ่มหนาแน่นที่ต้องทบทวนวิธีติดตั้ง
ไม่ผ่านพิกัดกระแสไม่พอ แรงดันตกเกินเกณฑ์ หรือไม่ได้ตรวจการประสานกับอุปกรณ์ป้องกัน
ประตูตรวจแบบที่เกี่ยวข้อง

ประตูที่ 3 — แบบ 60%: การคำนวณสายต้องแนบมากับ BOQ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

อ่านต่อ