ตัวชี้วัดทางการเงิน (Financial Metrics)
ตัวชี้วัดแต่ละตัวตอบคำถามคนละข้อ การใช้ตัวเดียวตัดสินใจทำให้มองข้ามความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของโครงการ
หลักการสำคัญ
อย่าใช้ระยะเวลาคืนทุนเพียงตัวเดียวตัดสินใจ เพราะไม่คิดมูลค่าเงินตามเวลา ไม่คิดสิ่งที่เกิดหลังจุดคืนทุน และไม่สะท้อนความเสี่ยง
ตัวชี้วัดและคำถามที่ตอบได้
| ตัวชี้วัด | ตอบคำถามว่า | ข้อจำกัด |
|---|---|---|
| ระยะคืนทุนอย่างง่าย (Simple Payback) | ใช้เวลานานเท่าไรจึงได้เงินลงทุนคืน | ไม่คิดมูลค่าเงินตามเวลาและไม่สนใจสิ่งที่เกิดหลังจากนั้น |
| ผลตอบแทนต่อเงินลงทุน (ROI) | ได้ผลตอบแทนรวมกี่เปอร์เซ็นต์ในกรอบเวลาที่กำหนด | ขึ้นกับกรอบเวลาที่เลือก และไม่คิดมูลค่าเงินตามเวลา |
| มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) | โครงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้องค์กรหรือไม่ เมื่อคิดต้นทุนเงินทุนแล้ว | อ่อนไหวต่ออัตราคิดลดที่เลือกใช้ |
| อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) | โครงการให้ผลตอบแทนกี่เปอร์เซ็นต์ต่อปีโดยเฉลี่ย | ตีความยากเมื่อกระแสเงินสดสลับเครื่องหมายหลายครั้ง |
| ต้นทุนพลังงานเฉลี่ย (LCOE) | ผลิตไฟเองมีต้นทุนต่อหน่วยเท่าไรเทียบกับซื้อ | ต้องระบุสมมติฐานอายุ อัตราคิดลด และค่าดำเนินงานให้ชัด |
เครื่องมือคำนวณ
สิ่งที่ต้องใส่ในแบบจำลองการเงินเสมอ
- อัตราการเสื่อมสภาพของระบบตามปี
- สมมติฐานการปรับขึ้นของค่าไฟ พร้อมเหตุผลรองรับ
- ค่าดำเนินงานรายปีและการปรับขึ้นตามเวลา
- ค่าเปลี่ยนอุปกรณ์กลางอายุ โดยเฉพาะอินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่
- ผลของเวลาที่ระบบไม่พร้อมใช้งาน
- ผลทางภาษีและค่าเสื่อมทางบัญชี ซึ่งต้องให้ฝ่ายบัญชีคำนวณ
- ต้นทุนทางการเงินหากใช้เงินกู้
- มูลค่าซากหรือค่ารื้อถอนเมื่อสิ้นอายุ
การวิเคราะห์ความอ่อนไหว
สิ่งที่ต้องทดสอบเสมอ
- ผลผลิตพลังงานต่ำกว่าแผน 10 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์
- งบลงทุนสูงกว่าแผนจากงานเสริมที่ไม่คาดคิด
- ค่าไฟไม่ปรับขึ้นตามที่สมมติไว้
- สัดส่วนการใช้ไฟเองต่ำกว่าที่ประเมิน
- ต้องเปลี่ยนอินเวอร์เตอร์เร็วกว่าที่คาด
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้ค่าไฟต่อหน่วยที่สูงกว่าความเป็นจริงเพื่อให้ผลตอบแทนดูดี
- ลืมหักค่าดำเนินงานออกจากผลประหยัด
- ไม่คิดค่าเปลี่ยนอุปกรณ์กลางอายุ
- สมมติว่าใช้ไฟเองได้ทั้งหมดโดยไม่มีข้อมูลรองรับ
- เปรียบเทียบข้อเสนอที่ขอบเขตงานไม่เท่ากันด้วยตัวเลขต่อวัตต์