Project Lifecycle และ Governance

วงจรชีวิตโครงการเป็นแกนกลางที่เชื่อมทุกองค์ความรู้ในฐานความรู้นี้ ทุกหน้าเทคนิคล้วนถูกใช้ที่ขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งในแผนภาพด้านล่าง

วงจรชีวิตโครงการ 10 ขั้น พร้อมประตูอนุมัติงบประมาณและการส่งมอบซึ่งเป็นสองจุดที่ต้องควบคุมเข้มที่สุด

ผู้เกี่ยวข้องและความรับผิดชอบ

บทบาทรับผิดชอบหลักผลลัพธ์ที่ต้องส่งมอบ
ผู้บริหารผู้สนับสนุนอนุมัติงบและนโยบาย ปลดล็อกอุปสรรคระหว่างหน่วยงานการตัดสินใจตามประตูอนุมัติ
เจ้าของโครงการรับผิดชอบผลลัพธ์รวมของโครงการบันทึกขออนุมัติ รายงานความคืบหน้า ทะเบียนความเสี่ยง
ผู้จัดการโครงการบริหารกำหนดการ ต้นทุน และการประสานงานแผนงาน รายงานสถานะ การควบคุมการเปลี่ยนแปลง
วิศวกรไฟฟ้าออกแบบและตรวจสอบระบบไฟฟ้าแบบ เอกสารคำนวณ และผลการตรวจแบบ
วิศวกรโครงสร้างประเมินและออกแบบส่วนโครงสร้างผลตรวจสอบความสามารถรับน้ำหนักและแบบจุดยึด
วิศวกรหน้างานควบคุมงานติดตั้งให้ตรงแบบรายงานประจำวัน คำขอตรวจสอบ บันทึกหน้างาน
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยควบคุมความปลอดภัยและอำนาจสั่งหยุดงานการประเมินความเสี่ยง ใบอนุญาตทำงาน บันทึกเหตุการณ์
ผู้ตรวจสอบคุณภาพตรวจจุดหยุดตรวจและปิดข้อบกพร่องบันทึกการตรวจ NCR Punch List
จัดซื้อจัดหาตามข้อกำหนดและบริหารสัญญาเอกสารเปรียบเทียบและข้อเสนอการอนุมัติสั่งซื้อ
ผู้ดูแลระบบหลังส่งมอบรับมอบและดูแลตลอดอายุแผนบำรุงรักษา ทะเบียนสินทรัพย์ และรายงานผลงาน
หลักการที่ห้ามละเมิด

ทุกงานต้องมีผู้รับผิดชอบผลลัพธ์เพียงคนเดียวที่ระบุชื่อได้ หากมีสองคนเท่ากับไม่มีใครรับผิดชอบ ตาราง RACI ที่แก้ไขได้อยู่ที่หน้า Templates

ขั้นตอนและผลลัพธ์ที่ต้องได้

โครงสร้างงานและเส้นทางวิกฤต

โครงสร้างงานหลัก 14 กลุ่ม

  1. สำรวจ
  2. ออกแบบ
  3. อนุมัติและขออนุญาต
  4. จัดซื้อ
  5. เตรียมพื้นที่และระดมพล
  6. งานโครงสร้าง
  7. ติดตั้งแผง
  8. งานฝั่ง DC
  9. ติดตั้งอินเวอร์เตอร์
  10. งานฝั่ง AC
  11. ระบบสื่อสาร
  12. ทดสอบ
  13. กระบวนการกับผู้ให้บริการ
  14. ส่งมอบ

ความเสี่ยงบนเส้นทางวิกฤต

  • อุปกรณ์ที่มีระยะเวลาสั่งผลิตนาน
  • งานซ่อมหลังคาที่พบหลังเริ่มงาน
  • ระยะเวลาอนุมัติจากผู้ให้บริการ
  • ช่วงเวลาที่อนุญาตให้หยุดจ่ายไฟ
  • งานที่เกี่ยวกับหม้อแปลง
  • สภาพอากาศ
  • ความล่าช้าของใบอนุญาต
  • การแก้แบบระหว่างก่อสร้าง
  • ข้อจำกัดการเข้าถึงพื้นที่
ผลต่อต้นทุน

ความล่าช้าบนเส้นทางวิกฤตไม่ได้ทำให้เสียแค่เวลา แต่ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน เช่น ค่าเช่าอุปกรณ์ยกของ ค่าระดมพลรอบสอง และค่าเสียโอกาสจากพลังงานที่ควรผลิตได้แล้ว

การควบคุมการเปลี่ยนแปลง

ทุกการเปลี่ยนแปลงต้องผ่านกระบวนการเดียวกัน คือ บันทึกคำขอ ประเมินผลกระทบต่อขอบเขต เวลา ต้นทุน และความเสี่ยง ขออนุมัติจากผู้มีอำนาจ แล้วจึงปรับแบบและเอกสารที่เกี่ยวข้อง การเปลี่ยนแปลงที่ตกลงกันด้วยวาจาหน้างานคือต้นเหตุของข้อพิพาทที่พบบ่อยที่สุด

อ่านต่อ